เขียนประวัติย่ออย่างไรจึงจะถูกใจผู้รับ

 
 

 

บางครั้งที่เราไม่ถูกเชิญไปสัมภาษณ์ไม่ใช่ว่าคุณสมบัติของเราไม่ดี

แต่อาจจะเกิดจากการเขียนประวัติย่อที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่านั้น

 

สิ่งแรกที่องค์กรรู้จักเราคือประวัติย่อ ไม่ว่าจะเป็นการส่งทางจดหมาย การส่งทางอินเตอร์เน็ต หรือ แม้กระทั่งผ่านบริษัทนายหน้าสรรหาคนก็ตาม เราต้องยอมรัรบว่าแต่ละตำแหน่งงาน ที่เปิดรับสมัครงานไม่ได้มีคนส่งใบสมัครมาเพียงหนึ่งหรือสองคน แต่เป็นสิบๆ หรือบางตำแหน่งส่งมาเป็นร้อยฉบับ

ในขณะเดียวกันคนที่ทำหน้าที่คัดเลือกใบสมัครก็ไม่ได้มีเวลานั่งคัดใบสมัครเพียงตำแหน่งเดียวเป็นเดือนๆ เขามีเวลาในการคัดเลือกที่จำกัด เนื่องจากถูกเร่งรัดมาจากหน่วยงานต้นสังกัดที่ขอคนมา แน่นอนว่าถ้าใสมัครหรือประวัติย่อของเราไม่มีอะไรแตกต่าง ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าผู้สมัครรายอื่นๆ รับรองได้ว่าโอกาสที่จะหลุดเข้าไปในรอบสัมภาษณ์ก็มีน้อยลง

ส่งที่อยากจะแนะนำให้ผู้ที่กำลังหางานหรือเปลี่ยนงานใหม่ได้พัมนาเทคนิคการเขียนประวัติย่อเพื่อให้ตรงใจผู้คัดเลือกใบสมัครและผู้สัมภาษณืมีดังนี้

 * ต้องคิดเสมอว่าเราเขียนประวัติย่อให้คนอื่นอ่าน   ในการเขียนประวัติย่อต้องนึกเสมอว่าเรากำลังเขียนให้คนที่ไม่รู้จักเรามาก่อนอ่าน แนะนำว่าควรเอาประวัติย่อไปให้คนอื่นอ่าน อาจจะเป็นเพื่อนๆ ของเราก็ได้ ให้อ่านและช่วยวิจารณ์ว่าเป็นอย่างไร อ่านแล้วรู้จักเรามากน้อยเพียงใด และจุดไหนที่น่าสนใจกว่าคนอื่นบ้าง

 * อย่ายึดติดกับคำว่า "ประวัติย่อ"  เราควรจะย่อในสิ่งที่ควรย่อย แต่ไม่ใช่ทุกอย่างต้องเป็นฉบับย่อทั้งหมด อะไรที่เป็นประวัติชีวติ เช่น ครอบครัว การศึกษา ก็พอจะย่อได้ เพราะจุดนี้ไม่ค่อยมีผลต่อการพิจารณามากนัก แต่เรื่องที่เกี่ยวกับประสบการณ์การทำกิจกรรม ประสบการณ์การทำงาน และเรื่องของบุคลิกลักษณะ นิสัยใจคอ ความสามาถส่วนบุคคล ของเราไม่ควรไปย่อจนขาดเอกลักษณ์ของตนเองที่แท้จริงไป

 *อะไรคือความแตกต่าง จงเขียนให้มากและทำให้เด่น   การเขียนประวัติย่อหรือใบสมัคร อย่างพยายามลอกเลียนแบบการเขียนมาจากหนังสือหรือประวัติย่อของคนอื่น เพราะไม่เกิดความแตกต่าง ใบสมัครหรือประวัติย่อสามารถบ่งบอกสิสัยของเราได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นตัวของตัวเอง ความเป็นระบบ ความละเอียดรอบคอบ สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ กรณุเขียนรายละเอียดของผลงาน ผลการเรียน หรือกิจกรรมที่โดดเด่นของเราให้มากว่าเราทำได้ทำอะไร ทำอย่างไร และ ผลลัพธ์ของสิ่งนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งอาจจะเขียนด้วยตัวอักษรที่เป็นสี ตัวหนา หรือตัวเอง ก็ได้ เพื่อให้ข้อความที่เราต้องการจะสื่อสะดุดตาผู้อ่าน หรือเราอาจจะแยกประวัติย่อออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของข้อมูล ข้อเท็จจริง เช่น ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และส่วนที่สองคือส่วนของการวิเคราะห์ศักยภาพของตัวเอง (Self - Assessment) โดยแยกหัวข้อออกมาให้ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อให้สะดุดตาและจูงสายตาของผู้อ่านให้ไปสู่สิ่งที่เราต้องการจะบอกและสิ่งที่เขาต้องการจะรู้ได้ง่ายและเร็วขึ้น

 * เริ่มต้นเขียนประวัติย่อด้วยการตั้งคำถาม  การที่เราจะเขียนประวัติย่อให้ได้ดี และน่าสนใจ ไม่ควรเริ่มจากการลอกแบบคนอื่น แต่ควรจะเริ่มจากการตั้งคำถามแทนผู้คัดเลือกว่าเขาน่าจะอยากรู้อะไรจากประวัติย่อของเราบ้าง เช่น เขาน่าจะอยากรู้ว่าทำไม่เราจึงเหมาะกับตำแหน่งงานที่เขากำลังรับสมัคร เขาน่าจะอยากรู้ว่าเรามีอะไรโดดเด่นกว่าผู้สมัครคนอื่นๆ โดยเฉพาะความสามารถส่วนบุคคล

การตั้งคำถามจะช่วยจัดระเบียบความคิดของเราให้ตรงกับลำดับความสำคัญของผู้คัดเลือกใบสมัคร การเขียนประวัติย่อแบบนี้เป็นการเขียนโดยนำเอาความต้องการของผู้พิจารณาใบสมัครเป็นหลัก วัตถุประสงค์หลักของการเขียนประวัติย่อแบบนี้คือการใช้ประวัติย่อเป็นเครื่องมือกำกับหรือชี้นำผู้อ่านให้เป็นไปตามที่เรากำหนด

 

 ขอบคุณสาระดีๆ จาก  www.peoplevalue.co.th

 

 

 

 
  ที่มา :www.peoplevalue.co.th