“ติดหนี้บอลไม่ต้องจ่าย”ผู้การวิสุทธิ์ฟันธง

 
 

ผู้การวิสุทธิ์ฟันธง “ติดหนี้บอลไม่ต้องจ่าย” ชี้เป็นหนี้นอก ก.ม. ขณะที่เด็กมัธยมถูกตามทวงแล้ว 6 ราย มีตั้งแต่หลักพันยันหลักแสน เด็กหวาดผวาไม่กล้าไปโรงเรียน

และแล้วสิ่งที่ผู้คนหวาดกลัวภายหลังจบศึกมหกรรมฟุตบอลยูโร 2008 ก็เกิดขึ้น !?!

ลูกหนี้พนันบอลถูกตามล้างตามเช็ดกันระนาว โดยเฉพาะเซียนพนันวัยกระเตาะ บางรายถูกแรงกดดันไม่ไหว พานหลบหน้าหนีสังคม ไม่กล้าไปโรงเรียน ไม่กล้ากลับเข้าบ้าน บางคนหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน ร้อนถึงพ่อแม่ผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ต้องรีบหาทางแก้ไข โดยโทรศัพท์มาขอคำปรึกษากับ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็กเยาวชนและสตรี (บก.ปดส.)

คล้อยหลังศึกยูโร 2008 เพียงวันเดียวเท่านั้น พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ได้รับโทรศัพท์แจ้งมากถึง 6 ราย ขอให้ บก.ปดส.ช่วยเหลือบุตรหลานที่ติดหนี้พนันฟุตบอล โดยทั้งหมดเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ติดหนี้โต๊ะบอลตั้งแต่ 3,000 บาทไปจนถึงหลักแสนบาท

มีนักเรียนรายหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะประสบวิกฤติมากกว่าใครอื่น เขาติดหนี้โต๊ะบอลเฉพาะทัวร์นาเมนต์นี้ เป็นเงินมากถึงหลักแสนบาท จากเด็กที่ร่าเริงแจ่มใส ชอบออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านเสมอ กลายเป็นคนซึมเศร้า หวาดระแวง และเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในบ้าน จนผิดสังเกต

เวลาพ่อแม่ออกไปทำงานโทรศัพท์เข้ามือถือก็ปิดติดต่อไม่ได้ กลับมาบ้านสอบถามก็บอกว่ามือถือหาย หนักๆ เข้าเลยตะล่อมถามไปถามมาจนได้ความว่า “ติดหนี้โต๊ะบอลอยู่กว่าแสนบาท” จึงปิดโทรศัพท์หนี สุดท้ายก็ต้องขายโทรศัพท์ไปใช้หนี้ แต่ก็ยังไม่หมด พ่อแม่รู้สึกตกใจมาก

จนถึงทุกวันนี้เด็กคนดังกล่าวก็ยังพยายามหลบหนีทุกวิถีทาง ไม่อยากไปโรงเรียน เพราะถูกข่มขู่ถึงขนาดว่า จะไปดักรอทวงหนี้ที่หน้าโรงเรียน และบอกครูบาอาจารย์ “ถ้าไม่ไห้ได้เห็นดีกัน” ด้วยความเป็นเด็กเลยตกใจและหวาดกลัว

ขณะที่เด็กอีกหลายรายตามแนวทางการสืบสวนสอบสวนพบว่า ถูกข่มขู่ต่างๆ นานา ทั้งทางโทรศัพท์และดักพบ รวมไปถึงทำร้ายร่างกาย บางคนทนไม่ไหวไม่มาเรียนตามปกติ บ้างก็หนีเรียน แต่อ้างกับทางบ้านว่ามาเรียนตามปกติ

ส่วนวิธีการทวงหนี้ของโต๊ะพนันบอลนั้น ข้อมูลที่ชุดสืบสวนมีอยู่พบว่า มีด้วยกันหลายวิธี แต่จำแนกออกเป็น 2 วิธีใหญ่ๆ คือ ทวงด้วยตนเอง หรือจ้างคนในเครื่องแบบหรืออดีตคนในเครื่องแบบติดตามทวงแทน โดยหักเปอร์เซ็นต์ให้ 20-25 เปอร์เซ็นต์ บางคนที่ไม่มีจ่ายก็ต้องนำสิ่งของเครื่องใช้ที่พ่อแม่ผู้ปกครองซื้อให้ไปขาย หรือบ้างก็ขโมยทรัพย์สินในบ้าน ของญาติพี่น้อง นำเงินไปชดใช้หนี้ นอกเหนือไปกว่านี้คืออาจจะมีเด็กจำนวนหนึ่งที่ถูกชักจูงเข้าไปสู่กระบวนการค้าเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ เพื่อหักกลบลบหนี้ที่เกิดขึ้น

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ บอกว่า การปลีกตัวไปจากสังคมเดิมๆ เป็นความพยายามของเด็กที่จะหาทางออกด้วยตัวเอง จึงอยากฝากไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ ให้ช่วยสอดส่องดูพฤติกรรมของบุตรหลานและลูกศิษย์ หากพบเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปก็ให้ค่อยๆ สอบถามและหากพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการติดตามข่มขู่ทวงหนี้ของโต๊ะพนันบอลก็ให้แจ้งมาได้ที่ บก.ปดส.หมายเลขโทรศัพท์ 0-2511-0731 ต่อ 1000 หรือ 0-2939-3760-61 หรือที่ www.cwd.go.th

“หนี้ที่เกิดจากการพนันฟุตบอลไม่ต้องจ่าย เพราะเป็นมูลหนี้ที่ไม่สามารถก่อให้เกิดหนี้สินได้” พล.ต.ต.วิสุทธิ์กร้าว

มูลหนี้ที่ไม่สามารถก่อให้เกิดหนี้สินได้ พูดง่ายๆ ก็คือการพนันฟุตบอลเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นกฎหมายเกี่ยวกับหนี้จึงไม่ครอบคลุมในกรณีนี้ !?!

“ถ้าเด็กรายใดถูกข่มขู่คุกคามให้แจ้งมาที่ บก.ปดส. โดยนำเด็กมาให้ข้อมูลกับตำรวจ และรวบรวมหลักฐานต่างๆ เช่น เบอร์โทรศัพท์ของโต๊ะบอล เบอร์โทรศัพท์ของคนที่ติดตามทวงหนี้ เว็บไซต์ที่แทงบอล ฯลฯ เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสืบสวนสอบสวน จากนั้นจึงจะขออนุมัติหมายจับจากศาล แล้วแต่พฤติกรรมของผู้กระทำผิดว่าจะเข้าข่ายความผิดข้อหาใด เช่น ข้อหากรรโชกทรัพย์ ข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย หรือพยายามฆ่า แล้วแต่พฤติกรรมของแก๊งทวงหนี้ว่าเป็นอย่างไร พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ต้องกลัว ให้รีบมาแจ้ง”

ผบก.ปดส.ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการพูดคุยกับพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กที่มีปัญหาทั้ง 6 ราย ทราบว่าบอลยูโร 2008 มีเด็กเข้าไปเล่นมากกว่าทัวร์นาเมนต์อื่นๆ โดยเด็กมีแรงจูงใจในการเชียร์ทีมโปรด แต่ไม่เล่นพนันก็ไม่มัน ประกอบกับมีโต๊ะบอลจำนวนมาก การสื่อสารทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตก็เข้าถึงง่าย ทำให้แทงสะดวกและง่าย ยังไม่ต้องจ่ายเงิน เลยทำให้เด็กตกเป็นเหยื่อของโต๊ะบอล

ในการประชุมฝ่ายปฏิบัติการทั้ง 10 ฝ่ายของ บก.ปดส.เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ได้กำชับให้ฝ่ายปฏิบัติการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ หากมีการแจ้งเบาะแสมาก็ให้รับแจ้งความ และดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามข้อมูลที่มีอยู่ หากพบผู้กระทำผิดก็ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

 

ที่มา : 

 
  ที่มา :คมชัดลึก