ตอนที่ 8 ฉายวันเสาร์ที่ 5 - อาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม 2551
ยุนโซฮวากับชุงจอนเข้าเฝ้าพระอัยยิกาจองฮี พระอัยยิกาจองฮีตรัสว่า
"โบราณว่ากุลสตรี มีคุณสมบัติ 4 ข้อที่ต้องยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไหนลองบอกข้าซิว่ามี 4 ข้อไหนบ้าง"
ชุงจอนกล่าวก่อนว่า "ข้อแรกคือจริยธรรม ข้อสองคือวาจา ข้อสามคือรูปโฉม ส่วนข้อสี่ คือทำตัวเป็นแม่ศรีเรือนเพคะ"
"อึม ถ้าอย่างงั้น คุณสมบัติของกุลสตรีที่ดีมีอะไรบ้าง จงตอบข้ามาซิ"
ยุนโซฮวาตอบว่า "คุณสมบัติของกุลสตรี ไม่ได้หมายถึงความสามารถหรือปัญญาที่ชาญฉลาดเหนือกว่าผู้ชาย แต่ควรประพฤติตนอยู่ในกรอบ สำรวมกายวาจาใจ พูดจาดีมีเหตุผล รักนวลสงวนตัว ถือศักดิ์ศรีมาก่อนเพคะ"
"ถ้าอย่างงั้น การสำรวมวาจาของผู้หญิงต้องทำยังไงบ้าง"
ชุงจอนตอบว่า "การสำรวมวาจา ไม่ใช่หมายถึงพูดจาฉะฉานหรือหวังผลประโยชน์ แต่ควรรู้ว่า อะไรที่ควรพูดหรือไม่ควรพูด เห็นใจและรับฟังคนอื่น ไม่ใช้วาจาเชือดเฉือนเพคะ"
"แล้วรูปโฉมของผู้หญิงล่ะ พึงสังวรยังไงบ้าง"
"รูปโฉมของผู้หญิง ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งให้เลิศเลอสะดุดตาผู้คน แต่ให้แต่งกายมิดชิดเรียบร้อย ชำระร่างกายสม่ำเสมอ รักษาความสะอาดให้ดูสบายตาแค่นี้ก็เพียงพอแล้วเพคะ"
จากนั้นพระอัยยิกาจองฮีก็ทรงถามแชซังกุงว่า เด็กสองคนนี้ดูแล้วเห็นว่าไงบ้าง
"เหมือนที่หม่อมฉันเคยทำนายไว้ ทั้งสองคนล้วนมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นพระมเหสีได้ ไม่ว่าอนาคตใครจะมาอยู่ตำหนักกลาง ก็ถือว่าเป็นที่เชิดหน้าชูตาของราชสำนักเพคะ"
"ข้าก็คิดอย่างงั้นเหมือนกัน"
พระพันปียินซูตรัสขึ้นว่า "แต่เห็นบอกว่าธิดาของไต้เท้าซังตัง ชะตาของนางบ่งบอกว่าจะไม่มีลูก เป็นความจริงหรือเปล่า"
"จริงเพคะพระพันปี นอกจากจะไม่มีโอรสสืบราชบัลลังก์แล้ว หญิงคนนี้ยังส่อแววว่าไม่น่าจะอายุยืน ร่างกายไม่แข็งแรงอีกต่างหาก"
"อะไรนะ ท่านบอกว่าส่อแววอายุไม่ยืนงั้นหรือ ที่พูดนี่จริงหรือเปล่า"
"ดวงชะตากับโหงวเฮ้งบ่งบอกชัดเจน คิดว่าไม่ผิดแน่เพคะ"
"เฮ่อ งั้นก็น่าสงสารไต้เท้าซังตัง ช่างเป็นคนบุญน้อยซะเหลือเกิน"
"แล้วลูกสาวยุนจองวานล่ะเป็นยังไง"
"ถ้าให้คุณหนูยุนมาเป็นพระมเหสี ไม่นานก็จะมีโอรสสืบต่อ ทำให้บัลลังก์มั่นคง และฝ่าบาทก็จะพอพระทัยมากกว่าด้วยเพคะ"
"ฮึ่ม แล้วทีนี้จะทำไงดีล่ะ แม้จะรู้สึกผิดต่อไต้เท้าซังตัง แต่เราจะเลือกมเหสีที่อาจจะอายุสั้นแถมยังไม่อาจมีลูกคงไม่ได้ เห็นทีคงต้องเลือกธิดาของไต้เท้ายุนซะแล้ว แทปีเห็นด้วยหรือเปล่า"
"หม่อมฉัน คงไม่มีอะไรโต้แย้งกับเสด็จแม่ได้ เห็นด้วยเพคะ"
พระเจ้าซองจงทราบว่าพระอัยยิกาเลือกใครจะมาเป็นพระมเหสีให้กับพระองค์ก็ทรงดีพระทัยยิ่งนัก
และหลังจากพระพันปียินซูออกไปแล้ว แชซังกุงยังได้ทูลพระอัยยิกาจองฮีว่า
"เมื่อกี้ เห็นพระพันปีประทับอยู่ด้วย หม่อมฉันเลยไม่กล้าทูลรายละเอียดมากกว่านี้เพคะ"
"แล้วตอนนี้มีปัญหาอะไรอีกล่ะ"
"ธิดาไต้เท้ายุนหากได้เป็นมเหสีจริง แน่นอนว่าจะประสูติโอรสตามที่หม่อมฉันทำนาย แต่เด็กคนนี้ก็จะทำให้ราชสำนักนองเลือด เกิดความวุ่นวายในภายภาคหน้าเพคะ"
"ว่าไงนะ"
"กฎของราชสำนักจะถูกทำลายทิ้ง ขุนนางเผชิญกับความแตกแยก แม้แต่รากฐานของบ้านเมืองก็จะสั่นคลอน เกิดความวุ่นวายอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน จึงต้องทรงไตร่ตรองให้มากเพคะ"
ชองฮันซูเข้ามาพบโชชิคยอมและบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะมาเรียน โชชิคยอมบอกให้พูดมา
"มหาดเล็กรุ่นพี่อ้างว่าฝึกซ้อม มักหาเรื่องทุบตี,รังแกพวกเราบ่อยๆ อย่างไม่มีเหตุผล ถือเป็นค่านิยมที่ผิดและทารุณนัก ข้าจึงอยากให้ไต้เท้า ลงโทษมหาดเล็กรุ่นพี่ให้เป็นแบบอย่างนะครับ"
"ลงโทษหรือ จะให้ข้าสั่งโบยมหาดเล็กรุ่นพี่ ที่คอยดูแลพวกเจ้าหรือไง"
"ข้าอยากให้ท่านสั่งระงับ การรับน้องใหม่ด้วยวิธีรุนแรงน่ะครับ"
"สำหรับมหาดเล็กทุกคน กฎของกรมต้องเคร่งครัดยิ่งกว่ากฎหมายบ้านเมืองซะอีก และการแบ่งแยกลำดับชั้น ก็ยิ่งต้องเข้มงวดกว่าที่ไหนๆ เป็นเด็กจึงต้องเชื่อฟังสถานเดียว การรับน้องใหม่ เพื่อให้รู้ว่าในกรมมีกฎระเบียบยังไงบ้าง ถ้าแม้แต่แค่นี้ยังทนไม่ได้แล้วจะเป็นมหาดเล็กได้ยังไง ถ้าคิดทำตัวผิดแผกจากคนอื่นละก้อ เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์เป็นมหาดเล็กอีกแล้ว เพราะฉะนั้น ขอให้ลาออกไปซะ ยังไม่รีบไปจากที่นี่อีก"
แชซังกุงเข้ามา "ไต้เท้าโช มีเรื่องอะไรถึงต้องเสียงดังน่ะ"
"อ้อ นายหญิง" แล้วโชชิคยอมก็เล่าเรื่องของชองฮันซูให้แชซังกุงฟัง
"เด็กที่ชื่อชองฮันซูนั่น นิสัยเหมือนเจ้าตอนเข้าวังมาแรกๆ ไม่มีผิด ถ้าอบรบสั่งสอนให้ดี อนาคตจะเป็นกำลังสำคัญให้กรมฯ ได้ ฉะนั้นจึงต้องใจเย็นหน่อย"
"เด็กที่มาจากเรือนฝ่ายในของท่าน ไม่ว่าคนไหนๆ ก็คุณสมบัติดีเยี่ยม เป็นกำลังสำคัญให้กรมฯ ได้ทั้งนั้นแหละครับ"
"ต่อให้เป็นเหล็กเนื้อดี ถ้าผ่านการตีจากช่างเหล็กที่แตกต่าง ออกมาก็จะเป็นอุปกรณ์ใช้สอยที่ไม่เหมือนกัน อาจเป็นอาวุธที่ใช้ช่วยเหลือคนอื่น หรือคมกระบี่ที่ใช้ฆ่าคนก็ได้"
"งั้นในสายตาของท่าน คิดว่าข้า น่าจะเป็นอุปกรณ์แบบไหนดี"
"เจ้าเหมาะจะเป็นมหาขันทีที่ทะเยอทะยาน อยู่ใต้หมื่นคน แต่อยู่เหนือคนๆ หนึ่งมากกว่า"
"เฮ่อๆๆ ท่านพูดผิดหรือเปล่า เคยได้ยินแต่อยู่เหนือหมื่นคน อยู่ใต้คนๆ หนึ่ง ทำไมกลายเป็น อยู่ใต้หมื่นคน อยู่เหนือคนๆ หนึ่งได้ล่ะครับ"
"ต่อให้ผู้คนหัวเราะเยาะ แต่เจ้าสามารถควบคุมพระราชาให้อยู่ในอำนาจได้ แค่นี้ก็สนองความมักใหญ่ใฝ่สูงของเจ้าได้แล้วไม่ใช่หรือ"
"เฮ่อๆๆ อึ้ม แล้วท่านไปเฝ้าพระอัยยิกามา ผลเป็นไงบ้างครับ"
"น่าเป็นห่วงจริงๆ หญิงสาวที่จะคัดเลือกเป็นพระมเหสีคราวนี้ ดูจะติดขัดไปซะหมด"
"นายหญิงเป็นคนที่เชื่อดวงชะตา คิดว่ามนุษย์ไม่อาจฝืนลิขิต ต้องเป็นไปตามนั้นจริงหรือ"
"ที่เจ้าได้เป็นถึงเจ้ากรมมหาดเล็ก ส่วนชอนตงเกิดมาเป็นคนที่มีชะตาได้ 3 อย่าง เสีย 3 อย่าง ล้วนเป็นสิ่งที่สวรรค์ลิขิตไว้แล้ว ใครก็ไม่อาจฝืนได้ เรียกว่าบุญทำกรรมแต่งมาแต่กำเนิด"
"แต่ถ้าคราวนี้ลูกสาวของไต้เท้าซังตัง เกิดโชคดีได้เป็นพระมเหสีจริงๆ ท่านไม่คิดว่าคุณหนูสกุลยุน จะกลายเป็นชะตาพลิกผันหรอกหรือ"
"ชะตาและโหงวเฮ้งของนางก็มีดวงเป็นมเหสีเหมือนกัน สายน้ำไม่ว่าจะไหลวนคดเคี้ยวยังไง สุดท้ายก็ต้องไปรวมกันที่มหาสมุทรวันยังค่ำ เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ไม่เปลี่ยนชะตาได้ ถ้าอีกหน่อยคุณหนูยุนได้เป็นมเหสีจริง ทั้งบ้านเมืองและราชสำนัก หรือแม้แต่กรมมหาดเล็กก็จะได้รับผลกระทบ แม้กระทั่งเกิดการนองเลือดอย่างรุนแรงด้วยซ้ำ"
โชชิคยอมตกใจ "อะไรนะ"
"และคนที่จะยับยั้งเหตุร้ายได้ ก็มีแต่ชอนตงคนเดียว เด็กที่เกิดมาได้ 3 อย่างเสีย 3 อย่างคนนี้ จะสามารถระงับเหตุร้ายไม่ให้บานปลายกว่าที่เราคิด"
โชชิคยอมหวนนึกถึงคำพูดแชซังกุงที่ว่าถ้าหากยุนโซฮวาเป็นพระมเหสี เชื่อว่าจะทำให้บรรดาเชื้อพระวงศ์ ราชสำนักและกรมมหาดเล็กต้องพบกับความวุ่นวายโกลาหลอย่างแน่นอนขึ้นมา คำพูดประโยคนี้สร้างความวิตกกังวลให้โชชิคยอมยิ่งนัก
ทันใดนั้นเอง ไต้เท้าซังตังก็มาขอพบโชชิคยอม ไต้เท้าซังตังหยั่งเชิงจากโชชิคยอมถึงพระพันปียินซูทรงเลือกใครเป็นพระมเหสี โชชิคยอมตอบว่าตนไม่รู้ถึงพระทัยพระพันปียินซู
ไต้เท้าซังตังฉวยโอกาสนี้เสนอความคิดว่าถ้าหากยุนโซฮวาเป็นพระมเหสี เชื่อว่านางก็เหมือนกับนกน้อยในกรง โชชิคยอมเห็นด้วยกับความคิดของไต้เท้าซังตัง
"ถ้าอีกหน่อย ลูกสาวยุนจองวานได้เป็นพระมเหสีจริง วังหลวงกับราชสำนัก จะอยู่ใต้ความวุ่นวายไม่รู้จบแน่"
"อึม ข้อนี้ข้าก็รู้ และคิดเหมือนท่านด้วย"
ไต้เท้าซังตังกล่าวเสียงเข้มว่า "ฉะนั้นไม่ว่ายังไง ลูกสาวยุนจองวาน จะให้มาเป็นเจ้าของตำหนักกลาง ไม่ได้เป็นอันขาด"
พระพันปียินซูมอบรางวัลให้ชองฮันซูที่ทำหน้าที่อย่างดี และไปขอโชชิคยอมให้ยกโทษให้ชองฮันซู โชชิคยอมบอกว่าเรื่องของชองฮันซูจบตั้งแต่เขาถูกลงโทษไปแล้ว พอโชชคิยอมเดินออกมาพบชองฮันซูเขาก็กล่าวขึ้นว่า
"ตอนนี้เจ้าเป็นแค่มหาดเล็กฝึกหัดเท่านั้น มีสิทธิ์อะไรเข้าออกตำหนักพระพันปี เพื่อจะให้พระนางหนุนหลังงั้นหรือ"
"เข้าใจผิดแล้วครับ จริงๆ แล้ว ที่ข้ามาเฝ้าเพราะพระพันปีรับสั่งจึงขัดไม่ได้ต่างหาก"
"ในวังมักมีเรื่องวุ่นวายเพราะปากคนพูดกันไปมาไม่รู้จบ ต่อไปจงอย่าพูดมากนัก ทำอะไรก็ให้สำรวมหน่อย เข้าใจที่ข้าพูดหรือเปล่า"
"ข้าจะจำไว้ครับ"
ไต้เท้าโนพ่อบุญธรรมของโชชิคยอมไปเยี่ยมเยียนแชซังกุง โดยไต้เท้าโนพาซอยองบุตรสาวบุญธรรมอีกคนไปด้วย ไต้เท้าโนบอกแชซังกุงว่าอยากรับเด็กไว้เป็นหลาน จากนั้นก็ถามซอยองว่าคิดอย่างไรกับคิมชูซอน ซอยองตอบว่าไม่คู่ควรที่จะมอบครอบครัวให้ แชซังกุงตกตะลึงกับคำตอบของซอยอง
ต่อมาไต้เท้าก็สั่งให้โชชิคยอมให้รับชองฮันซูที่มาคัดเลือกเป็นมหาดเล็กเป็นลูกบุญธรรม โชชิคยอมรู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก
00000000000000
พระอัยยิกาจองฮีทรงเรียกโชชิคยอมมาพบ
"ที่ข้าตามท่านมาเพื่อจะคุยเรื่อง การอภิเษกของฝ่าบาท หึ ในวังและราชสำนัก มีคนเข้าออกมากมาย แต่คนเดียวที่ข้าสามารถพูดคุยปรับทุกข์ได้ มีแต่ท่านเท่านั้น ธิดาของไต้เท้าซังตังและไต้เท้ายุนจองวาน ล้วนมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นมเหสีทั้งคู่ แต่ก็มีข้อเสียจากดวงชะตาของพวกนางเหมือนกัน"
"พระอัยยิกา นี่เป็นเรื่องใหญ่ของบ้านเมือง จะใช้แค่การดูดวงมาตัดสินชี้ขาด หม่อมฉันเห็นว่าไม่ถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ ทุกวันนี้คนที่จะเป็นกำลังสำคัญให้ฝ่าบาทได้ มีเพียงไต้เท้าซังตังคนเดียวเท่านั้น"
"แต่ว่า การทำนายของแชซังกุง ท่านก็รู้ว่าแม่นยำนัก ถ้าเราเลือกมเหสีผิด อีกหน่อยมิพาให้บ้านเมืองเดือดร้อนหรอกหรือ"
"ตอนนี้ สำคัญคือปกป้องบัลลังก์ของฝ่าบาทให้มั่นคงซะก่อน เรื่องอื่นล้วนไม่สำคัญ ไว้อีกหน่อยฝ่าบาททรงเจริญพระชันษาพอ สามารถว่าราชการเองได้ตำแหน่งมเหสีจะเปลี่ยนใหม่ ก็คงไม่มีใครกล้าว่าอะไร"
"บังอาจ นี่ท่านเพ้อเจ้ออะไรน่ะ"
"มหาดเล็ก มีแต่ทำเพื่อฝ่าบาทและราชสำนักโดยไม่เคยคิดเป็นอื่น ขอทรงพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ"
พระอัยยิกาจองฮีฟังแล้วอึ้งไป
โชชิคยอมกลับมาก็พบไต้เท้าโน และเล่าให้บิดาฟัง
"ตกลงพระอัยยิกาทรงตัดสินพระทัยจะเลือกธิดาของไต้เท้าซังตังแทนงั้นหรือ ใช่ไหม"
"ครับ คิดว่าเป็นอย่างงั้น"
"งั้นอีกไม่นานฝ่าบาทก็จะประชวรด้วยโรคตรอมใจอีก"
"แต่ในวัง ยังมีนางในอีกมากมาย ที่พร้อมจะถวายความสำราญให้แก่ฝ่าบาท แล้วไม่นานนัก ฝ่าบาทก็จะลืมอดีตทั้งหมด"
"ขอให้จริงเถอะ หึ ข้าน่ะ .ไปพบเด็กที่เจ้าว่าได้ 3 อย่าง เสีย 3 อย่างมาแล้ว ซึ่งเจ้าก็พูดถูก ท่าทางเป็นเด็กฉลาด กิริยามรรยาทเรียบร้อย ถ้าให้เป็นลูกบุญธรรม ก็ถือว่าไม่เลวสำหรับพวกเรา"
"ไม่คิดว่าจะถูกใจท่านพ่อด้วย ข้ารู้สึกดีใจนัก"
"แต่ว่า เขาจะมาอยู่บ้านเราไม่ได้"
"หา ท่านพ่อ ทำไมครับ"
"เด็กคนนี้เกิดมามีดวงที่จะได้ 3 เสีย 3 และอาจก้าวถึงตำแหน่งสูงสุดก็จริง แต่ว่า ที่บ้านเราต้องการ ไม่ใช่เจ้ากรมมหาดเล็กอีกคน แต่อยากได้เด็กที่มีความทะเยอทะยานต่างหาก"
"ท่านพ่อ โปรดคิดอีกหน่อยเถอะครับ"
"ข้าตัดสินใจแน่แล้ว ไม่ต้องพูดอีก รับเด็กแซ่ชองที่ว่าสอบได้ที่หนึ่งเป็นลูกเถอะ ทำแบบนั้นถึงจะเห็นแก่บ้านเราจริงๆ"
โบดึ๊กลูกของผู้ช่วย ของให้แชซังกุงส่งตัวเองเข้าไปอยู่ในวัง แชซังกุงจึงพาโบดึ๊กไปพบอยู่กับโอซังกุง
"ถ้าไงข้าจะทูลให้พระอัยยิกาทรงทราบอีกที แต่ขอฝากเด็กคนนี้ ให้เจ้าช่วยดูแลหน่อยนะ"
"ดีเหมือนกัน ข้าจะได้มีเพื่อนคุย ไม่งั้นวันๆ ก็รู้สึกเหงานัก ว่าแต่ว่าผู้ช่วยแชจะรับได้หรือคะ"
"ก็เด็กต้องการจะมา ทำไงได้ล่ะ มันเป็นทางที่นางเลือกเอง ชอบคิดอะไรง่ายๆ ข้ายังห่วงว่าอีกหน่อยจะก่อเรื่องในวังหรือเปล่า แต่นางก็เป็นเด็กน่ารัก คิดว่าคงไม่เลวร้ายนักหรอก"
"อยู่ในวังจะพูดจะจาก็ต้องระวังให้มาก สิ่งที่ได้ยินมา ถ้าไปพูดส่งเดชให้ใครฟัง เจ้าจะถูกตัดหัวโดยไม่รู้ตัวก็ได้ เพราะฉะนั้นจงปิดหูปิดตาเข้าไว้ ได้ยินก็เหมือนไม่ได้ยิน เห็นก็เหมือนไม่เห็นเข้าใจหรือเปล่า" โอซังกุงสอน
"ข้าจะจำไว้ค่ะ"
"ต่อไปก็ถือว่าข้าเป็นนายเจ้า มีปัญหาก็มาปรึกษา ไม่ต้องเกรงใจล่ะ"
"เจ้าค่ะนายหญิง นายหญิงคะ ตำหนักสวยๆ ทางโน้นมีใครอยู่บ้างน่ะ"
"เป็นตำหนัก แคเท ที่ประทับของพระมเหสี แม้ตอนนี้จะยังว่างอยู่ แต่อีกไม่นาน ฝ่าบาทก็จะทรงเข้าพิธีอภิเษกแล้ว"
โบดึ๊กคิด "ซักวัน ข้าจะเป็นเจ้าของตำหนักแคเทแห่งนี้ให้ได้"
มุกส่วนพระองค์พระเจ้าซองจงหายไป โชชิคยอมสั่งให้มหาดเล็กตามหาให้เจอ ทำให้เด็กๆ ที่เข้ามาใหม่ถูกลงโทษอย่างหนัก จากนั้นมหาดเล็กก็เข้ามารายงานโชชิคยอม
"จนป่านนี้ยังไม่เจอลูกแก้วลูกที่สาม ที่ถูกคนร้ายขโมยเอาไปน่ะครับ"
"ได้ข่าวว่าเจ้าตัวไม่ยอมรับว่ามีการขโมยของจริง เจ้าจะตัดสินวู่วามไปหรือเปล่า" โชชิคยอมว่า
"แม้เขาจะปากแข็งไม่ยอมรับ แต่พยานหลักฐานแน่นหนา จึงได้ลงโทษไปน่ะครับ"
ยางซองยุนที่เมาเหล้าและเดินชนกับชองฮันซู ทำให้เขาพบมุกเม็ดหนึ่ง เขานำมาคืนให้โชชิคยอม
"อ้าว นี่เจ้า ซองยุน นึกยังไง ทำไมมาถึงนี่ได้ล่ะ" โชชิคยอมถาม
"หึ อึม" ยางซองยุนเอามุกขึ้นมา
"เอ๊ะนี่ ทำไมลูกแก้วลูกนี้ ไปอยู่กับไต้เท้ายางได้ล่ะครับ หา"
"ข้าน่ะ อยากได้เงินไปซื้อเหล้าเลยขโมยจากห้องเก็บสมบัติไง หึ"
"หา เอ่อ แล้ว" มหาดเล็กตกใจมาก
"ฮ่า เด็กที่ถูกตัดมือไปเมื่อคืน ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง"
"หา อะไรนะครับ นี่ จะเป็นไปได้ไง ถ้างั้น ใครคือคนร้ายตัวจริงล่ะครับ"
"หึๆ อีกหน่อย ใครที่หวังตำแหน่งของชิคยอม อยากเป็นเจ้ากรมมหาดเล็กจนตัวสั่น ก็คือคนนั้นแหละ ทีนี้ก็ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ละกัน เด็กคนนี้ ตอนนี้แค่ตัดมือเพื่อนเท่านั้น แต่วันหลังเพื่อความเป็นใหญ่ของตัวเอง เขาจะสามารถฆ่าทุกคนที่ขวางหน้าด้วยซ้ำ นิสัยแบบนี้ เหมือนโชชิคยอมสมัยเด็กไม่มีผิด เฮ่อๆๆ ฮ่าๆๆ"
มหาดเล็กฟังแล้วอึ้งไปทีเดียว
ชองฮันซูเองก็คิดคนเดียวว่า "ซักวันหนึ่ง ข้าจะเป็นเจ้ากรมมหาดเล็ก มีอำนาจในวังให้ได้"
ไต้เท้าโนบอกกับโชชิคยอมว่า
"ไว้งานอภิเษกผ่านไปก่อน เราจะจัดประชุมภายในครอบครัวบ้าง และหัวข้อการประชุมคราวนี้ ก็คือรับชองฮันซูเป็นลูกบุญธรรม จะได้สืบสกุลของเราต่อไป ทำไมหรือ มีอะไรถึงไม่พูดไม่จาน่ะ"
"ท่านพ่อ ได้โปรด อย่าเพิ่งด่วนสรุปได้ไหมครับ"
"อะไรนะ"
"เมื่อคืนนี้ ในวังเกิดคดีลูกแก้วถูกขโมย จนมีมหาดเล็กคนหนึ่ง กลายเป็นผู้ต้องสงสัยและถูกจับ สุดท้ายก็ถูกตัดข้อมือ แต่ว่า ข้ารู้สึกว่าน่าจะเป็นฝีมือชองฮันซูมากกว่า เลยไม่สบายใจมาถึงวันนี้น่ะครับ"
"มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นฝีมือชองฮันซูมั้ยล่ะ"
"ไม่มีครับ"
"ไม่มีหลักฐานแต่คิดเอาเองว่าเขาทำงั้นหรือ มีเหตุผลอะไรกันแน่ เจ้าถึงไม่ยอมรับชองฮันซูเป็นลูกบุญธรรมซะที เพราะลูกชายแม่หมอคนนั้นใช่ไหม ข้าบอกหลายหนแล้วว่าบ้านเราจะไม่รับเด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอย่างงั้นเป็นลูกบุญธรรม แล้วทำไม เจ้าชอบขัดใจข้าเรื่อยจริง"
"ท่านพ่อ ตั้งแต่ข้าเป็นมหาดเล็ก และเป็นลูกบุญธรรมท่านมาถึงวันนี้ หลายปีที่ผ่าน ข้าไม่เคยขัดใจท่านซักครั้ง มีแต่เชื่อฟังตลอดจริงมั้ยครับ แต่วันนี้คงต้องขออภัย ที่ข้าทำตามคำสั่งท่านไม่ได้"
"เพราะอะไร"
"บ้านเรานับแต่สมัยโกคูรยอเป็นต้นมา ก็ครองอำนาจในกรมมหาดเล็กมาตลอด เหมือนที่ท่านเคยบอก ถ้ารับฮันซูเป็นลูกบุญธรรม เขาต้องเป็นใหญ่แน่ และจะเชิดชูวงศ์ตระกูลของเราต่อไป แต่ว่าเพื่อความรุ่งเรืองของเรา แต่ทำให้ราชสำนักเกิดความยุ่งเหยิงวุ่นวาย ข้าก็คิดว่า ขอให้จบในยุคของข้าดีกว่า"
"เจ้าว่าไงนะ"
"ยังไงซะ ต่อให้มีอำนาจล้นฟ้า ชี้เป็นชี้ตายให้ใครได้ มหาดเล็ก ก็ยังเป็นมหาดเล็กวันยังค่ำ"
"บังอาจ นี่เจ้ากำลังดูถูกตัวเองอยู่นะ"
"ท่านพ่อครับ ข้าน่ะ ไม่อยากให้ใครมาประจบสอพลอพวกเรา เพราะเห็นว่ามีอำนาจ แต่ลับหลังถูกประนามว่าเป็นแค่สุนัขรับใช้ ข้าอยากสร้างภาพพจน์ที่ดี ทั้งต่อราชสำนักและกรมมหาดเล็ก เป็นการสร้างชื่อให้วงศ์ตระกูลของเราในอีกทาง ข้าจึงอยากเลือกคนที่ มีความซื่อสัตย์และมีจริยธรรมพอเป็นที่นับถือได้ ถ้าชอนตงมีชะตาได้ 3 อย่าง เสีย 3 อย่างจริงละก้อ เด็กคนนี้ จะทำให้บ้านเราเป็นที่กล่าวขาน ยกย่องในแง่ของคุณงามความดีมากกว่า ข้าจะสอนเด็กคนนี้ด้วยตัวเอง พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า มหาดเล็กก็สามารถถูกจารึกชื่อได้ จึงอยากให้ท่านพ่อ เห็นใจข้าหน่อยเถอะครับ"
00000000000000
พระอัยยิกาจองฮีเรียกโชชิคยอมมาสั่งว่า
"การแต่งงานของฝ่าบาท เท่ากับเลือกมเหสีคู่บัลลังก์และเจ้าของตำหนักแคเท และจะเป็นเรื่องมงคลที่ทำให้เหล่าขุนนาง ซึ่งเคยบาดหมางจากเรื่องขององค์ชายคูซอง กลับมาปรองดองอีกครั้งและราษฎรก็ได้ร่วมยินดีเฉลิมฉลอง ข้าจึงคิดแล้วคิดอีก ตกลงจะเลือกธิดาของไต้เท้าซังตังมาเป็นมเหสีองค์ใหม่ ทั้งหมดนี้จึงต้องให้ท่านช่วยเตรียมงาน พยายามดูแลให้ทั่ว อย่าให้ขาดตกบกพร่องล่ะ"
"พ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉันน้อมรับพระบัญชา"
พระเจ้าซองจงพอทราบว่าใครจะมาเป็นพระมเหสีก็รีบมาเฝ้าพระพันปียินซู
"เสด็จแม่ ได้ยินว่าธิดาไต้เท้าซังตังถูกเลือกให้เป็นมเหสีของหม่อมฉัน เรื่องนี้ จริงหรือพ่ะยะค่ะ"
"หึ ใช่ อีก 10 วันข้างหน้า จะมีพิธีอภิเษกของเจ้า"
"ฮือ เสด็จแม่ หม่อมฉันจะไม่ยอมแต่งงานเด็ดขาด เสด็จแม่เคยรับปาก จะให้คุณหนูโซฮวามาเป็นมเหสีของหม่อมฉันไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ"
"นี่เป็นความคิดของเสด็จย่า หลังจากไตร่ตรองดีแล้วถึงได้ทรงตัดสินพระทัย แม่เองก็จนปัญญาจะช่วยเจ้าเหมือนกัน"
"แต่หม่อมฉัน ไม่อาจผิดคำมั่นสัญญา ที่ให้ไว้กับคุณหนูโซฮวาได้ ต่อให้เป็นรับสั่งของเสด็จย่า หม่อมฉันก็ไม่อาจทำตาม"
"ฝ่าบาท เจ้าเป็นประมุขแห่งโชซอนและเสาหลักของราชสำนัก จะเห็นแก่เรื่องส่วนตัว จนมองข้ามความเหมาะสมในการเลือกคู่ได้ยังไง การแต่งงานของพระราชาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรัก แต่ต้องขึ้นอยู่กับบ้านเมืองและฐานะที่คู่ควรเข้าใจหรือเปล่า"
"ฮือ หม่อมฉันเสียใจ และเกลียดเสด็จแม่ด้วย ฮือ หม่อมฉันยิ่งเสียใจ ที่ยอมเป็นพระราชา ฮือ"
พระพันปียินซูอึ้ง "ฝ่าบาทๆ เฮ่ย"
พระเจ้าซองจงทรงเสียพระทัยมาก ทรงไปหาโอซังกุง
"แม่นม ฮือๆๆ"
"ฝ่าบาท"
"แม่นม ข้า ฮือ ข้าไม่อาจทำตามสัญญา ที่ให้ไว้กับแม่นางซูฮวาได้อีกแล้ว"
"เพคะ หม่อมฉันรู้แล้ว ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องเอาความอัดอั้นตันใจ ออกมาให้หมดเถอะ ฝ่าบาทเพคะ โลกนี้ไม่ว่าใครก็ตาม ชั่วชีวิตมักต้องเจอเรื่องผิดหวังและเสียใจบ้าง ไม่ว่ายากดีมีจนหรือแม้แต่พระราชาก็ไม่เว้น ความเจ็บปวดที่ฝ่าบาททรงได้รับในวันนี้ จะเปลี่ยนเป็นยาขนานเอกที่วันหน้า หันไปเยียวยาราษฎรที่ทนทุกข์บ้าง"
พระเจ้าซองจงทรงเอาแต่เสียพระทัย "ฮือๆๆ"
"ถ้าสามารถเอาชนะความทุกข์นี้ได้ อีกหน่อยจะทรงเป็นพระราชา ผู้ทรงคุณอันประเสริฐต่อบ้านเมืองเรานะเพคะ"
งานพระราชพิธีเษกสมรสของพระเจ้าซองจงกับชุงจอนมีขึ้น พระอัยยิกาจองฮีทรงอวยพร
"ชุงจอน ขอให้มีลูกชายหลายๆ คน เพื่อจะได้สืบสันตติวงศ์ต่อไปล่ะ"
"หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ"
"แทปี เจ้ากล่าวคำอวยพรบ้างสิ"
"ชุงจอน เมื่อเป็นมเหสีแล้ว ต้องใส่ใจทุกข์สุขของราษฎรทั่วหล้า และถวายการปรนนิบัติฝ่าบาทให้ดี อย่าลืมคำพูดของข้าซะล่ะ"
"หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ"
พระเจ้าซองจงทรงเอาแต่ถอนพระทัย
โชชิคยอมแสดงความยินดีกับไต้เท้าซังตัง
"ไต้เท้าซังตัง ยินดีด้วยนะ ที่ได้เป็นพระสะสุระของฝ่าบาท"
มหาดเล็กหลายคนร่วมยินดีด้วย
"เฮ่อๆๆ ขอบคุณทุกท่าน แต่มาคิดอีกที พระมเหสีอายุยังน้อย ความคิดอ่านก็ไร้เดียงสา กลับต้องรับผิดชอบในตำแหน่งสำคัญ ในฐานะเป็นพ่อ ข้าก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ทุกท่านล้วนเป็น กำลังสำคัญของวังหลวง และเปรียบเหมือนแขนขาของฝ่าบาทด้วย ข้าจึงอยากรบกวนให้ช่วยดูแลพระมเหสี เพื่อให้ได้รับความเอ็นดู จากบรรดาผู้ใหญ่ในวัง ถ้ามีอะไรที่ผิดพลาดบ้าง ก็ช่วยชี้แนะ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง"
"ข้อนี้ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ข้าในนามของกรมมหาดเล็ก จะถวายการดูแล พระมเหสีอย่างดีที่สุด" โชชิคยอมกล่าว
"เราจะถวายการดูแลพระมเหสีอย่างดี ไม่ต้องห่วงครับ"
และเมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง พระเจ้าซองจงก็ทรงตรัสกับชุงจอนว่า
"ชุงจอน เฮ่อ จริงๆ แล้วในใจข้า มีคนที่รักอยู่ก่อนแล้ว การแต่งงานวันนี้ จึงไม่ใช่เป็นสามีภรรยาเหมือนคนทั่วไป หากแต่เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ทางการเมือง ที่ทุกคนบังคับให้ข้าทำ แน่นอนว่าข้าจะทำหน้าที่สามีที่ดี ส่วนเจ้าเอง ก็ขอให้รู้หน้าที่ตัวเองไว้ด้วย"
"ฮือ ฝ่าบาท ทำไมรับสั่งโหดร้าย ไม่เห็นใจหม่อมฉันบ้างเพคะ"
"ข้าเอาอย่างพ่อเจ้า ที่มาทำกับข้าแบบนี้ก่อน ในเมื่อเจ้าเป็นลูกสาวเขาและอยากมาแต่งงานด้วย น่าจะรู้ดีกว่าข้าไม่ใช่หรือ"
ชุงจอนฟังแล้วถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ
ทางด้านยุนโซฮวาเองก็เสียใจ คิมชูซอนมาอยู่เป็นเพื่อน
"คุณหนู"
"ชอนตง เมื่อก่อนข้าเคยคิดว่าจะได้แต่งงานกับฝ่าบาท ที่แท้เป็นความฝันเฟื่องทั้งเพ คนที่มีฐานะต่ำต้อยอย่างข้า กลับคิดใฝ่สูงเกินตัว หวังถึงตำแหน่งพระมเหสี จะเป็นไปได้ยังไง"
"คุณหนูครับ"
"ข้าอยากให้คนที่ข้ารัก ฮือ ไม่ต้องเป็นพระราชาก็ได้ ฮือ แต่เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่เกิดในครอบครัวสามัญชนก็พอแล้ว ฮือ ถ้าได้อย่างงั้นจริง ข้าคงไม่ต้องเป็นอย่างตอนนี้ ฮือ ที่ต้องปวดใจอย่างแสนสาหัส ฮือ"
"ข้าเชื่อว่าการอภิเษกคราวนี้ ไม่ใช่ความประสงค์ของฝ่าบาท"
"ฮือ เอาไปเถอะ เจ้าของป้ายหยกชิ้นนี้ ไม่ควรเป็นข้าอีกแล้ว ฮือ ชอนตง วันหลังถ้าเจ้ามีโอกาสได้เฝ้าฝ่าบาทอีก ก็ช่วยไปถวายคืนด้วย"
"เอ่อ คุณหนู"
"ฮือ ตั้งแต่วันนี้ไป ฮือ ข้าจะไม่ให้ตัวเองร้องไห้ เพื่อฝ่าบาทอีกแล้ว ฮือๆๆ"
จบตอนที่ 8
ที่มา : www.oknation.net
ติดตามตอนที่ 9 ได้เร็วนี้ที่ ThaiBigJob ค่ะ