ธุรกิจคาร์บอนเครดิตบูมเอกชนแห่ร่วม

 
 

ธุรกิจคาร์บอนเครดิตบูมเอกชนแห่ร่วม

นายศิริธัญญ์ ไพโรจน์บริบูรณ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยในการเสวนาเรื่อง “คาร์บอนเครดิต ธุรกิจโลกร้อนที่กำลังเบ่งบานในไทย" ซึ่งจัดโดยชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ว่า ขณะนี้มีบริษัทเอกชนสนใจเข้าร่วมโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด (ซีดีเอ็ม) ที่ผ่านการรับรองจากองค์การก๊าซเรือนกระจก เพื่อเตรียมขึ้นรับรองขายคาร์บอนเครดิตแล้วทั้งสิ้น 30 โครงการ สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้จำนวน 2 ล้านตันคาร์บอน และอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบอีก 28 โครงการทั้งนี้ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้คงจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 โครงการ

อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัทที่ส่งไปขึ้นทะเบียนแล้วต้องมีการตรวจสอบ และรับรองขายเครดิตจากคณะกรรมการยูเอ็นเอฟซีซีก่อน ขณะที่ราคาขายนั้นตกประมาณ 7-14 ดอลลาร์ต่อตันคาร์บอน

“ในภาพรวมมีบริษัทจากทั่วโลกที่ขึ้นทะเบียนขายเครดิตภายใต้โครงการซีดีเอ็มทั้งสิ้น 1,338 โครงการ โดยอินเดียมีการส่งโครงการเพื่อขึ้นทะเบียนมากที่สุด และปัจจุบันมูลค่าตลาดคาร์บอนเครดิตมีทั้งสิ้น 7.5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ถึงแม้แนวโน้มจะมีเอกชนสนใจเข้าร่วมซีดีเอ็มมากขึ้น แต่ยังพบว่าผู้ประกอบการยังไม่เข้าใจ ประกอบกับบริษัทที่ปรึกษาทางด้านนี้ก็ยังมีน้อย ขณะที่ในระดับโลกตลาดยังจำกัดเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยมี 3 กลุ่มที่รับเป็นที่ปรึกษา ได้แก่ เวิลด์แบงก์ สถาบันการเงิน กลุ่มเอกชนในญี่ปุ่น และนอร์เวย์” นายศิริธัญญ์ ระบุ

ด้านนางอารีย์ วัฒนา ทุมมาเกิด จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวว่า ขณะนี้กำลังแปลงแผนยุทธศาสตร์ด้านภาวะโลกร้อน ที่ผ่านความเห็นชอบเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยอยู่ระหว่างการเตรียมจัดเวิร์คชอป 5 ภาค เพื่อให้หน่วยงานรับทราบ และนำเอาแผนงานไปสู่การปฏิบัติในระดับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการดำเนินการในระดับโลกอยู่ที่การเจรจาระดับประเทศ ซึ่งโลกร้อนนั้นเป็นการเมืองระดับประเทศ ดังนั้นจึงต้องการทีมต่อรองที่เข้มแข็ง รู้ข้อมูลและสามารถเจรจาในเวทีโลกได้จริง แต่ที่ผ่านมากลับประสบปัญหาว่าในการประชุมเพื่อกำหนดจุดยืนสำหรับเวทีการประชุมโลกร้อนแต่ละครั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการส่งตัวแทนมาไม่ต่อเนื่อง ซึ่งถ้าได้ทีมเจรจาที่ต่อเนื่องทางสผ.เชื่อว่าจะทำให้การต่อรองมีน้ำหนักมากขึ้น

ดังนั้นทางสผ.กำลังเตรียมจะสร้างทีมเจรจาของไทยเพื่อทำหน้าที่ต่อรองในเวทีโลกต่อไป รวมทั้งต้องหาผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีแต่ละด้านมาช่วยการให้ข้อมูลกับเอกชนก่อนตัดสินใจเข้าร่วมเพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนค้าเครดิต

ด้านนายอาณัติ ประภาสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Advance Energy Plus กล่าวว่า ปัจจุบันมีกฎระเบียบของคาร์บอนเครดิตยังไม่นิ่ง และทำให้มีความเสี่ยงในการทำธุรกิจค้าคาร์บอนเครดิต อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าธุรกิจคาร์บอนในอนาคตอีก 12 ปี น่าจะเพิ่มขึ้นอีก 25% รวมทั้งเม็ดเงินค่าเครดิตก็จะสูงตามไปด้วย

 

ที่มา :  กรุงเทพธุรกิจ

 
  ที่มา :กรุงเทพธุรกิจ